วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

งบกระแสเงินสดสามารถบอกวงจรชีวิตของบริษัท





งบกระแสเงินสดสามารถบอกวงจรชีวิตของบริษัท

งบกระแสเงินสดนั้นจะเป็นงบที่แสดงการได้รับเงินสดและการใช้จ่ายเงินสดของกิจการ
งบกระแสเงินสดนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามกิจกรรมต่างๆของกิจการ ประกอบด้วย
1. กิจกรรมดำเนินงาน จะเป็นรายการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามปรกติของกิจการ ดังนั้นรายการนี้จะสามารถบอกเราได้ว่ากิจการนั้นดำเนินธุรกิจแล้วมีเงินสดรับมากกว่าจ่าย หรือว่าจ่ายมากกว่ารับ กิจการที่มีเงินสดรับจากกิจกรรมการดำเนินงาน (ถ้าไม่ใช่เพราะลดสินทรัพย์หมุนเวียน หรือ เพิ่มหนี้สินหมุนเวียน) ก็ถือว่าเป็นกิจการที่มั่นคงพอสมควรแล้ว 
2. กิจกรรมการลงทุน จะเป็นรายการที่เกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตรต่างๆ และรายการที่ขายสินทรัพย์ทั้ง 2 ประเภท เงินสดจ่ายในกิจกรรมการลงทุน  ถ้าไม่ใช่จำนวนมากมาย  เป็นรายจ่ายเพิ่อปรับปรุงอาคาร  เครื่องจักร  ก็เป็นเรื่องปรกติของทุกบริษัทครับ 
3. กิจกรรมเกี่ยวกับการเงิน ทั้งการเพิ่มทุนจดทะเบียน การกู้ยืม/ชำระหนี้เงินกู้ยืม การจ่ายเงินปันผล ถ้ารายจ่ายกิจกรรมทางการเงิน  มีทั้ง  ชำระหนี้ และ จ่ายเงินปันผล  ก็คงต้องพิจารณาสัดส่วนว่าส่วนไหนมากกว่ากัน  และภาระหนี้เงินกู้ยังคงเหลืออีกมากน้อยแค่ไหน
ดังนั้นการวิเคราะห์งบกระแสเงินสดจะสามารถบอกเราได้ว่า สถานะของบริษัทนั้นอยู่ในประเภทใด
1. ถ้าบริษัทมีเงินสดรับจากกิจกรรมทางการเงิน เช่น การเพิ่มทุน การกู้ยืม และบริษัทมีเงินสดจ่ายในกิจกรรมการลงทุน แสดงว่าบริษัทยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น การดำเนินงานยังไม่สามารถหาเงินสดได้เพียงพอในการขยายการลงทุนที่ยังคงมากอยู่
2. ถ้าบริษัทมีเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน และมีเงินสดจ่ายในกิจกรรมการลงทุน แสดงว่าบริษัทอยู่ในสถานะการเติบโต ธุรกิจของบริษัทสามารถหาเงินสดได้แล้ว แต่ยังคงมีภาระที่จะขยายการลงทุนอยู่
3. ถ้าบริษัทมีเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน และมีเงินสดจ่ายในกิจกรรมทางการเงิน เช่น ชำระหนี้เงินกู้ แสดงว่าบริษัทอยู่ในสถานะที่โตเต็มที่ ไม่มีภาระที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติม
4. บริษัทจะมีเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน และมีเงินสดจ่ายในกิจกรรมทางการเงิน คือ การจ่ายเงินปันผล แสดงว่าบริษัทอยู่ในสถานะ ห่านทองคำครับ คือบริษัทสามารถหาเงินสดจากการดำเนินงานได้ อีกทั้งยังไม่มีภาระการใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็นการขยายการลงทุนหรือการชำระหนี้เงินกู้ บริษัทจึงมีเงินสดเหลือที่จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น
ที่มา thaivi